ฟิลเลอร์คาดดงเหมียว-09.jpg

ฟิลเลอร์ คืออะไร?

         คือ สารเติมเต็มที่ถูกจัดอยู่ในประเภทไฮยาลูรอนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เมื่อฉีดเข้าไปที่บริเวณชั้นผิวหนัง และใต้ผิวหนัง จะช่วยเติมเต็มผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ให้เต่งตึง เรียบเนียนขึ้น

 

         Dermal Filler ที่ใช้ในปัจจุบัน คือ HA ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ที่มีอยู่ในร่างกายอย่างผิวหนังและกระดูกอ่อน เมื่อผสมรวมกับน้ำจะขยายตัวอยู่ในรูปของเนื้อเจล สามารถสลายได้เองเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยเอนไซม์ในร่างกาย คือ Hyaluronidase จึงมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย นอกจากนี้ HA จะถูกนำมาผ่านกระบวนการ Cross-Link เพื่อให้มีความคงทนมากขึ้น และอยู่ได้นานขึ้นเมื่อฉีดเข้าไปบริเวณใบหน้า

ฟิลเลอร์ Restylane

             ฟิลเลอร์ Restylane คือ ฟิลเลอร์ในกลุ่มสารเติมเต็ม ไฮยารูลอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid)  ที่มีความปลอดภัยสูง เพราะใกล้เคียงกับไฮยารูลอนิกแอซิดที่อยู่ในร่างกายของเรา จึงไม่เกิดการต่อต้านหรือเกิดอาการแพ้ระคายเคือง และสามารถสลายได้หมด100% โดยไม่มีสารตกค้าง 

             ฟิลเลอร์ Restylane ผลิตจากจากประเทศสวีเดนมานานกว่า 24 ปี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแพทย์ทั่วโลก และผ่านการรับรองว่าปลอดภัยจาก US FDA และ Thai FDA ด้านผลลัพธ์จะสามารถเห็นทันที ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นให้กับผิว จึงฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ 

รีวิวฟิลเลอร์_210603_19
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_17
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_18
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_16
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_15
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_14
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_13
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_12
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_11
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_10
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_9
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_8
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_7
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_6
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_5
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_4
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_1
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_0
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_3
press to zoom
รีวิวฟิลเลอร์_210603_2
press to zoom
1/1

เทคโนโลยีฟิลเลอร์

        ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าส่งผลให้ฟิลเลอร์ถูกพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตราย โดยธรรมชาติแล้ว Hyaluronic acid (HA) สามารถย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ที่ร่างกายผลิตขึ้นมา จึงทำให้ HA ตามธรรมชาติในร่างกายมีอายุเพียง 2-3 วัน

        ด้วยเหตุนี้จึงมีกระบวนการ Cross-Link เพื่อเพิ่มความคงทน โดยขั้นตอนของการทำ Cross-Link นี้จะใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป ส่งผลให้ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ มีคุณสมบัติ ความคงทนที่แตกต่างกัน ซึ่ง Dermal Filler ของ Galderma นั้นได้ผสานเทคโนโลยีทั้ง NASHA Technology และ OBT Technology เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ครอบคลุมการแก้ปัญหาได้มากที่สุด

การเช็คฟิลเลอร์ของแท้

สำหรับคนที่ต้องการทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่ตนเองเลือกใช้นั้นเป็นของแท้หรือไม่ มีวิธีง่าย ๆ ในการตรวจสอบ ดังนี้

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน eZTracker : Safety in Each Scan โดยยินยอมให้เข้าถึงตำแหน่ง และการใช้งานของกล้องถ่ายรูปได้

  • แตะที่ไอคอนกล้องในแอปพลิเคชัน eZTracker

  • สแกน QR code บนกล่องผลิตภัณฑ์ โดยสามารถสอบถามจากแพทย์หรือคลินิกที่รับบริการ ก่อนรับการรักษา

  • หากหน้าจอเป็นสีเขียว พร้อมระบุข้อความ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดย บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด แสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ HA Filler ของแท้ แต่หากหน้าจอเป็นสีส้ม แสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย สามารถกดรายงานผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยใน Application เพื่อให้ทางบริษัทตรวจสอบได้ทันที

NASHA vs OBT ต่างกันอย่างไร?

          ฟิลเลอร์ทั้ง NASHA และ OBT Dermal Filler นั้น มีคุณสมบัติในการเข้าไปเติมเต็มเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังให้เพิ่มขึ้น เผยความเต่งตึง กระชับ พร้อมลดเลือนริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ทำให้อ่อนเยาว์ดูเป็นธรรมชาติในระยะเวลาอันรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง เพราะสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

maxresdefault.jpg

ฟิลเลอร์ NASHA

     NASHA เป็น Dermal Filler ที่มีลักษณะเป็นเจลคงรูป จึงมีความคงตัวและขึ้นรูปได้ดีกับผิวบริเวณที่ฉีดเข้าไป เหมาะกับคนที่มีผิวหน้าแข็งแรง มีความหนา สุขภาพดี แล้วอยากเพิ่มความสวยแบบคม ๆ ให้กับตนเอง

ฟิลเลอร์ OBT

     OBT เป็น Dermal Filler ลักษณะคล้ายเจลแบบอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี เหมาะกับคนที่มีผิวหน้าบาง ฟิลเลอร์ชนิดนี้นิยมฉีดในบริเวณที่ผิวหนังเคลื่อนไหวได้ เช่น รอบริมฝีปาก รอบปาก ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความอ่อนละมุน ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ 

ฉีดจุดไหนได้บ้าง?

ตัวฟิลเลอร์จะช่วยในการเติมเต็ม และช่วยในการปรับรูปหน้าในบริเวณต่าง ๆ ให้เป็นสัดส่วน ดูกระชับ เข้ารูปอย่างธรรมชาติ เช่น การปรับกรอบใบหน้าให้ชัด สร้างมิติ ให้ใบหน้า เติมเต็มตามส่วนต่าง ๆ เช่น คาง ร่องใต้ตา ร่องแก้ม แก้ม หน้าผาก เนินอก คอ มือ ริมฝีปาก ขมับ

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพิ่มความอวบอิ่มให้กับบริเวณใต้ดวงตา โดยเฉพาะบริเวณร่องใต้ตาอันเกิดจากการนอนดึก ไม่ได้ดูแลมากพอ หรือวัยที่สูงขึ้น แก้ปัญหาความเหี่ยวย่น ขอบตาดำคล้ำ ตาโหล

  • ฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยปรับใบหน้าบริเวณคางให้สมส่วน ดูเรียวและเข้ารูปมากยิ่งขึ้น สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลใจว่าจะเกิดปัญหาคางห้อยย้อยลงมาจากอายุที่มากขึ้น

  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับริมฝีปากให้ดูกระชับ เข้ารูป มีความอิ่มเอิบ เติมเต็มร่องบริเวณริมฝีปาก จบปัญหาลิปสติกตกร่อง เนื้อปากเกิดความเนียนเรียบ สวยงาม ไม่แห้งกร้านเหมือนอย่างเคย

  • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ดูเต่งตึง มีน้ำมีนวล ร่องแก้มที่ดูลึกจะมีความกระชับมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ปรับโครงสร้างใบหน้าบริเวณหน้าผากให้ดูเข้ารูป สมส่วน รอยเหี่ยวย่นและร่องหน้าผากที่เกิดจากอายุ หรือพฤติกรรมบางอย่างบนใบหน้า ่ให้ลดเลือนลงอย่างชัดเจน อีกทั้งบางคนยังเชื่อว่าการมีหน้าผากสวยจะช่วยเสริมดวงด้วย

  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ปรับรูปหน้าของคนที่มีลักษณะขมับยุบ ตอบ ให้ดูเป็นธรรมชาติ สมส่วนกับบริเวณต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งตรงนี้จะช่วยดึงโหนกแก้มให้ลดลง เพิ่มความอ่อนเยาว์ ริ้วรอยตรงขมับใกล้ดวงตาหายไป

อยู่ได้นานแค่ไหน ?

การฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด คนที่ยุ่งหรือเวลาน้อยก็สามารถทำได้ โดยจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด หากมีรอยแดงที่เกิดจากเข็มฉีด รอยดังกล่าวจะลดเลือนลงจนเป็นปกติภายใน 4-5 วัน เนื้อเจลฟิลเลอร์ จะค่อย ๆ กลืนไปกับผิวในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ 1 Treatment จะสามารถคงอยู่ได้นาน แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น ปริมาณสารเติมเต็มที่ใช้ ความลึกของชั้นผิวหนังที่ฉีดลงไป โดยส่วนใหญ่จะอยู่ราว ๆ 1 - 2 ปี

เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่อยากปรับโครงหน้าให้สวยได้รูป

  • อยากเติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่มดูเย้ายวน

  • อยากมีผิวอ่อนเยาว์ สุขภาพดี ไม่หย่อนคล้อย

  • อยากเสริมโหงวเฮ้งให้เฮงๆ รับทรัพย์

  • อยากปรับปรุงรูปร่างให้ดูสมส่วน

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

  • หากทานยาบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดเป็นประจำ เช่น วาฟาริน, แอสไพริน, NSAIDs ต้องแจ้งแพทย์ที่จะทำให้ทราบ

  • เคยมีการทำศัลยกรรม ผ่าตัด หรือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • คนมีโรคประจำตัว แพ้อาหาร แพ้ยาชนิดใดต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • งดอาหารเสริมหรือวิตามินทุกชนิดก่อนเข้ารับการฉีดอย่างน้อย 1 สัปดาห์

หลังฉีดฟิลเลอร์แล้ว ต้องปฏิบัติตัวดังนี้

  • ประคบเย็นทุกชั่วโมง ครั้งละ 10 นาที ในวันที่ทำการฉีด โดยเอาน้ำแข็งห่อผ้าก่อนทำการประคบเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับใบหน้าโดยตรง

  • ทายาเพื่อลดรอยช้ำตามคำแนะนำของแพทย์

  • กรณีรู้สึกปวดให้ทานยาแก้ปวด เช่นพาราเซตามอล

  • อย่านวดหน้าบริเวณที่ฉีด ยกเว้นเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า และงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ AHA วิตามิน C อย่างน้อย 24 ชม.

  • อยู่ในอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนหรือเย็นจัดจนกว่าอาการบวมแดงจะหายไป

คำถามที่พบบ่อย

Q: ฟิลเลอร์ คืออะไร?

A:  ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ถูกจัดอยู่ในประเภทไฮยาลูรอนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะช่วยเพิ่มเติมบริเวณชั้นผิวหนังกับส่วนใต้ผิวหนังให้มีความเต่งตึง และเก็บกักความชุ่มชื้น

Q: ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม? 

A:  อันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยว ก็จะทำให้ความเสี่ยงที่เกิดอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์มีน้อยลง

Q: ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน?

A:  การฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 15 - 30 นาที โดยที่อาการบวมแดงจากการฉีดจะหายไปภายใน 4 - 5 วัน และจะอยู่ได้นาน 1 - 2 ปี

Q: ฉีดฟิลเลอร์ กี่วันเข้าที่?

A:  ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ จะแสดงให้เห็นภายใน 2 -3 สัปดาห์ โดยที่รอยแดงจากการฉีดจะค่อย ๆ หายไปภายในเวลา 4 - 5 วัน